00003-5 PHP infoBoard V.7 Plus
วิธีการผสมเทียม

วิธีการผสมเทียม


  ไก่ชนต้องมีพฤติกรรมและสัญชาตญาณของการต่อสู้ การเลี้ยงไก่ชนจะต้องยอมเสียสละเวลาเพื่อดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมากจึงจะได้ไก่ ที่มีคุณภาพ ดี   แม้คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าไก่ดี ไก่เก่ง จะได้ัรับการถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากทางแม่ แต่มิได้หมายความว่าพ่อพันธุ์จะไม่มี ความสำคัญ  อย่างที่เขาเคยพูดกันว่า   "หากดูไก่ว่าด้วยเรื่องจิตใจมักดูที่แม่ แต่ถ้าเป็นเชิงชนและลีลามาจากพ่ออย่างแน่นอน" เมื่อเป็น เช่นนี้การหาพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ ก็มีความสำคัญมากพอๆ กัน (ศักดิ์สุวรรณ, 2551)
การผสมเทียมไก่   ข้อดีของการผสมเทียมไก่ อุปกรณ์ในการรีดน้ำเชื้อไก่ การรีดน้ำเชื้อไก่ ขั้นตอนการรีดน้ำเชื้อไก่  (VDO การรีดน้ำเชื้อไก่) การผสมเทียมไก่  (VDO การผสมเทียมไก่) ข้อแนะนำในการผสมเทียม ช่วงการทับและการฟักไข่ ลักษณะของไข่มีเชื้อ, ไม่มีเชื้อ และการส่องดูไข่ไก่ วิธีการฟักไข่ ปัจจัยสำคัญในการฟักไข่  

ข้อดีของการผสมเทียม



  1. เพิ่มอัตราการผสมพันธุ์: ในฝูงหนึ่งๆ ไก่ตัวผู้หนึ่งตัวจะผสมพันธุ์กับไก่ตัวเมีย 10 ตัว การผสมเทียมจะทำให้อัตราส่วนนี้   เพิ่มขึ้น 4 เท่า ทั้งสองกรณีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
2. สามารถใช้ไก่ตัวผู้ที่มีลักษณะที่ดีเยี่ยมแต่มีอายุมาก: ไก่ตัวผู้ที่แก่แล้วนั้นสามารถใช้ในการปรับปรุงฝูงได้หลายรุ่น   ในทางตรงข้ามภายใต้การผสมพันธุ์ตามธรรมชาตินั้นจะไปจำกัดการใช้ประโยชน์ของช่วงชีวิตในวัยเจริญพันธุ์ของพวกมัน
3. สามารถใช้ไก่ตัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ: ไก่ที่มีราคานั้นเมื่อได้รับบาดเจ็บที่ขาแต่ยังคงนำมาใช้สำหรับการผสมเทียมได้
4. กำจัดการจับคู่ผสมพันธุ์ตามใจชอบ: เมื่อมีการปฏิสนธิที่ไม่ดีมีสาเหตุจากการจับคู่ผสมพันธุ์ที่ไม่ดี
5. สามารถใช้การวางไข่ในกรง: การวางไข่ในกรงไม่มีปัญหาเมื่อต้องการไข่ที่ปฏิสนธิ แม่ไก่ที่ถูกเลือกสามารถผสมและ   เก็บไว้ในกรง  รู้ประวัติที่ถูกต้องแม่นยำของลูกไก่ที่ฟักจากไข่เหล่านี้
6. ประสบผลสำเร็จในการผสมข้ามสายพันธุ์: โดยทั่วไปแล้วการผสมข้ามสายพันธุ์ประสบผลสำเร็จอย่างมากภายใต้สภาวะ   ที่เป็นธรรมชาติ แต่บางครั้งมีการแบ่งแยกชนิดของสี แม่ไก่บางตัวจะไม่ผสมกับไก่ตัวผู้ที่มีสีต่างกัน  นอกจากพวกมันจะ   ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน
 

อุปกรณ์ในการรีดน้ำเชื้อไก่



 
1. หลอดรีด - เก็บน้ำเชื้อไก่
ขนาด 6 ซี.ซี. 2. หลอดผสมเทียมรุ่นเล็กพิเศษ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.248 ซม.
3. หลอดผสมเทียมรุ่นเล็ก
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.190 ซม.
4. หลอดผสมเทียมรุ่นเล็ก
เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.208 ซม. 5. ตัวเป่าน้ำเชื้อ  

การรีดน้ำเชื้อไก่



  วิธีนวดท้อง (abdominal massage method)   ใช้สำหรับรีดน้ำเชื้อไก่ตัวผู้  โดยจับไก่ตัวผู้ไว้ แล้วลูบเบาๆ ที่หลังจากด้านหลังปีกทั้งสองข้างไปยังหางด้วยการลูบอย่างรวดเร็วด้วยแรงระดับ หนึ่ง ไก่ตัวผู้จะตอบสนองด้วยการบวม (ตั้งตรง)  ของอวัยวะสืบพันธุ์ (phallus)  ในขณะนั้นให้ ผู้จับบีบรูทวารหนัก (cloaca) อย่างเบาๆ แล้วน้ำเชื้อจะออกมาผ่านทางส่วนเล็กๆที่โผล่ออกมา ภายนอก (external papillae) ของ ducti deferentis  แล้วรีดน้ำเชื้อลงในภาชนะน้ำเชื้อควร มีีสีขาวไม่มีการปนเปื้อนอุจจาระหรือเลือดซึ่งน้ำเชื้อที่มีปนเปื้อนอุจจาระ และแบคทีเรียจะส่งผล ให้คุณภาพของน้ำเชื้อลดลง  (Burrows and Quinn, 1937)
สารเลี้ยงน้ำเชื้อไก่
Poultry Semen Extender  

ขั้นตอนการรีดน้ำเชื้อไก่  (VDO การรีดน้ำเชื้อไก่)



      รูปที่ 1 รูปที่ 2 รูปที่ 3 1. เตรียมหลอดรีด - เก็บน้ำเชื้อไก่ ต่อท่อสายยางและชุดหลอดโค้งให้เรียบร้อย ดังรูปที่ 1,2,3          

รูปที่ 4 รูปที่ 5 รูปที่ 6 2. วิธีการนวด โดยจับไก่ตัวผู้ไว้แล้วลูบเบาๆ ที่หลังจากด้านหลังปีกทั้งสองข้างไปยังหางด้วยการลูบอย่างรวดเร็วด้วยแรง ระดับดังรูปที่ 4 แล้วเลื่อนมานวด บริเวณช่วงก้นของไก่ ดังรูปที่ 5          

รูปที่ 7 รูปที่ 8 รูปที่ 9 3. ไก่ตัวผู้จะตอบสนองด้วยการบวม (ตั้งตรง)  ของอวัยวะสืบพันธุ์ (phallus)  ในขณะนั้นให้ผู้จับบีบรูทวารหนัก (cloaca) อย่างเบาๆ แล้วน้ำเชื้อ จะออกมาผ่านทางส่วนเล็กๆที่โผล่ออกมา ดังรูปที่ 7, 8
4. นำหลอดรีด - เก็บน้ำเชื้อไก่ที่เตรียมไว้มาดูดน้ำเชื้อ ดังรูปที่ 9               รูปที่ 10 รูปที่ 11 รูปที่ 12 5. ใช้ท่อที่ติดกับหลอดรีด - เก็บน้ำเชื้อไก่ มารอรับน้ำเชื้อ ในขณะเดียวกันใช้ปากดูดสายยางเพื่อให้น้ำเชื้อไหลเข้ามาในหลอดรีด - เก็บน้ำเชื้อไก่
ดังรูปที่ 10, 11 6. เจือจางน้ำเชื้อไก่ด้วย สารเลี้ยงน้ำเชื้อไก่ Beltsville Poultry Semen Extender (BPSE) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ดังรูปที่ 12                   รูปที่ 13         13. ผสมน้ำเชื้อไก่กับสารเลี้ยงน้ำเชื้อไกให้เข้ากันดี่ ก่อนนำไปใช้ในการผสมเทียม ดังรูปที่ 13            

การผสมเทียมไก่ (VDO การผสมเทียมไก่)



  เทคนิคที่ใช้ผสมเทียมในเป็ดไก่   ณ ปัจจุบันนี้ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1930 โดยการใช้แรงบีบที่ท้อง ของแม่ไก่และเอาปากมดลูก (vaginal orifice) ที่อยู่ด้านในออกมาด้านนอกผ่านทางรูทวารหนัก (cloaca) (Quinn and Burrows, 1936) จากนั้นสอดท่อผสมเทียม หลอดน้ำเชื้อ หรือ หลอดฉีดยา ที่มีน้ำเชื้อเข้าไปลึกประมาณ 2 – 4 เซนติเมตร พร้อมกับการปล่อยแรงดันบนท้อง แม่ไก่ แล้วปล่อยรูทวารหนักให้กลับสู่สภาพเดิม สำหรับการผสมเทียมไก่ในระดับทางการค้า ขนาดใหญ่จะใช้เครื่องจ่ายน้ำเชื้ออัตโนมัติ (automate semen dispensers)


มีหลายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิสนธิหลังการผสมเทียม ได้แก่ คุณภาพของน้ำเชื้อ (ซึ่งได้รับผลกระทบจากอายุของพ่อไก่), กำหนด เวลาการให้แสงสว่าง, ฤดูกาล, น้ำหนักตัว และอาหาร (Sexton, 1986, 1987) เช่นเดียวกับคนรีดน้ำเชื้อ เวลาของการผสมเทียมเป็นสิ่งที่ สำคัญมาก และโดยทั่วไปแล้วดำเนินการในช่วงเวลาบ่ายคล้อยจนถึงเวลาเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่แม่ไก่จำนวนน้อยมากที่มีไข่ที่สร้าง เปลือกแข็งใน shell gland  

 



ข้อแนะนำในการผสมเทียม   1. การผสมน้ำเชื้อกับสารละลายให้เข้ากันเป็นสิ่งที่สำคัญมากก่อนนำมาผสมเทียม
2. การผสมด้วยน้ำเชื้อสดที่เจือจางในสารเลี้ยงน้ำเชื้อไก่ควรมีความเข้มข้นต่อโด๊ส 0 .05 มิลลิลิตร อย่างน้อย 200 ล้านเซลล์


 

ช่วงการทับและการฟักไข่



  ระหว่างเดือนเมษายน–มิถุนายน จะเป็นเดือนที่ไก่ทับกัน และมีความพร้อมในการฟักไข่มากที่สุด  ในช่วงฤดูฝนสามารถเร้าให้เกิดพฤติกรรม นี้ขึ้น โดยการควบคุมอุณหภูมิห้องไว้ที่ประมาณ 15 องศาเซลเซียส และยืดเวลาเปิดไฟเป็น 14 ชั่วโมง/วัน ส่วนอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม   แม่ไก่จะใช้เวลา ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในการปรับตัวให้อยู่ในสภาพที่จะออกไข่ได้สูงสุด ขณะที่พ่อพันธุ์จะต้องใช้เวลามากถึง 5 สัปดาห์   เพื่อให้เกิดความต้องการและ สืบพันธุ์ ได้สำเร็จ  สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงหรือทดลองเลี้ยงควรจะเริ่มผสมไก่ในช่วงฤดู หนาว   การวางไข่จะเริ่มตามธรรมชาติในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์

และไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วก็จะเริ่มมีในเดือนเมษายน





ลักษณะของไข่มีเชื้อ,ไม่มีเชื้อ และการส่องดูไข่ไก่



  เป็นที่น่าเสียดายว่า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าไข่ฟองใดเป็นไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจนกว่าจะเป็นตัว ถ้าผู้ซื้อลงทุนซื้อกล้องส่องดูไข่มาใช้ ผู้เลี้ยง ก็สามารถ แยกได้ว่าไข่ฟองใดได้รับการปฏิสนธิแล้ว โดยเริ่มจากวันที่หนึ่ง สาม หก หลังจากเป็นตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องมือดังกล่าวด้วย สำหรับไข่ที่มีเปลือก ไข่สีน้ำตาลจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่านี้ ในการมองเห็นตัวอ่อน ควรดูให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามวิธีอย่างถี่ถ้วน     หลังจากสามวันผ่านไป ผู้เลี้ยงจะสังเกตเห็นฐานเชื้อลูกไก่ในไข่ได้อย่างชัดเจน โดยส่องดูกับแสงเทียนในแนวนอน  ไข่ที่สมบูรณ์จะเห็น ช่องลม อยู่ด้านบนขณะที่คุณค่อยๆ หมุนฟองไข่ตามแนวนอน ข้อควรจำคือไม่ควรหมุนไข่ในแนวตั้ง ไข่ที่มีเชื้อหรือที่เราเรียกว่า ไข่ลม ให้นำออกไป เมื่อถึง เวลาส่องดูซึ่งควรจะเป็นวันที่ 18 ตัวอ่อนจะอยู่กับที่ซึ่ง ณ เวลานี้เราก็จะสามารถรู้ถึงปริมาณไข่ที่เสียได้   และนำออกจากรังหรือเครื่องฟัก

ใน เวลาที่เข้าไปทำนี้ควรเลือกเวลาในขณะที่แม่ไก่ออกไปคุ้ยเขี่ยอาหารภายนอก ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้แม่ไก่กำลังฟักไข่เกิดความเครียด



(ศักดิ์สุวรรณ, 2551)    

การส่องดูไข่ด้วยแสงไฟ แล้วเอ็มบริโอที่มีชีวิตจะมีลักษณะดังนี้




  1. เส้นเลือดมีขอบเขตอย่างชัดเจน ไม่มีบริเวณที่เลือดออกอย่างเห็นได้ชัด 2. บางตัวจะมีการเคลื่อนที่เมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงไฟที่ส่อง 3. โดยทั่วไปจะมีลักษณะที่แสดงสุขภาพที่สมบูรณ์ดี



ลูกไก่ที่มีการพัฒนาได้ 4 วันที่ถูกส่องดูด้วยไฟ (จากภาพด้านขวา)



บริเวณมืดที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของไข่คือเอ็มบริโอ มีเส้นเลือดของ เยื่อหุ้มภายนอกของเอ็มบริโอแผ่กระจายออกมา    

ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ



 
ไข่ไก่ที่ไม่ได้กกให้อุ่น นำมาส่องดูด้วยไฟ   การส่องไฟดูไข่ที่ไม่ได้กกให้อุ่นจะไม่แสดงว่ามันจะพัฒนาหรือไม่ ลักษณะของไข่   ที่ไม่ได้กกจะมีเงาที่เลือนรางของไข่แดง   ไข่ไก่ที่กกได้ 24 ชั่วโมง นำมาส่องดูด้วยไฟ   เงาของไข่แดงที่แยกให้เห็นอย่างชัดเจนกว่าในรูปข้างบน และที่เห็นแสดงอยู่ใกล้   ด้านบนสุด ที่นูนขึ้นรอบบริเวณเป็นที่ซึ่งเอ็มบริโอจะพัฒนา   ไข่ไก่ที่มีรอยแตกร้าวถูกส่องดูด้วยไฟ   ไข่ที่มีรอยแตกร้าว  โดยทั่วไปจะมองไม่เห็นถ้าไม่ส่องดูด้วยไฟ ควรกำจัดออกไป   เนื่องจากมันจะเป็นสาเหตุให้ไข่ที่อยู่ใกล้ได้รับการปนเปื้อนแบคทีเรียหรือรา
(Ernst, R.A. et al., 2004)

วิธีการฟักไข่



  การฟักไข่โดยใช้แม่ฟักตามธรรมชาติ การเลี้ยงไก่ในปัจจุบันที่เป็นการค้าจำเป็นต้องมีการ ปรับปรุงพันธุ์  ให้มีความสามารถในการให้ผลผลิตที่สูงขึ้น   และลดพฤติกรรมการฟักไข่ลง แต่ในไก่ชนหลายหลายที่ยังคงใช้พฤติกรรมตามธรรมชาติคือ    ไข่จะออกเป็นชุดประมาณ 10–16 ฟองก็จะเริ่มพฤติกรรมฟักไข่โดยแม่ไก่หมองในลักษณะกก ในไก่ชนจะมีระยะเวลา ในการฟักประมาณ 21 วัน ก็จะได้ลูกไก่ออกมาเป็นตัว  


การฟักไข่เลียนแบบธรรมชาติ มนุษย์เรายังได้คิดค้นวิธีการฟักไข่เลียนแบบธรรมชาติพัฒนามาจนมีเครื่องฟักไข่แบบต่างๆ มาได้ในประเทศไทย



เรานิยมใช้เพียง 2 วิธี ได้แก่
  1. การฟักแบบจีน แต่เดิมแหล่งความร้อนมาจากการนำข้าวเปลือกไปคั่ว   จนมีอุณหภูมิพอเหมาะเป็นการฟักไข่ในรุ่นแรก รุ่นต่อๆ มาจะใช้ความร้อนจาก เมตาบอลิซึมของไข่รุ่นก่อนๆ  ทำให้การฟักเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งลูกออกมาเป็นตัว    การฟักไข่แบบนี้ถึงแม้ว่าจะใช้พลังงาน ความร้อนจากแหล่งเชื้อเพลิงน้อย แต่เป็นวิธีที่ต้องอาศัยประสบการณ์สูง ใช้แรงงานในการปฏิบัติมากและทำต่อเนื่องกันจึงได้ปรับปรุง เป็นวิธีการฟักแบบตู้ฟักสมัยใหม่ วิธีนี้ทำโดยการฟักในตู้ฟัก 24-25 วัน  แล้วจึงย้ายออกไปวางบนกระบะควบคุมอุณหภูมิโดยหลอดไฟ ร่วมกับการใช้ผ้าหลายชนิด  เช่น ผ้าห่ม ผ้าดิบ ผ้ามุ้ง  ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมแบบอุณหภูมิ   เป็นวิธีที่ใช้เทคนิคสูงเพราะเป็น

การประเมินด้วยความรู้สึกของผู้ฟัก ไข่ที่วางบนกระบะจะถูกกลับ   และสลับตำแหน่งเพื่อให้อุณหภูมิเหมาะสมทั่วถึงกัน  ปัจจุบันวิธีการ



ดังกล่าวยังนิยมใช้ในการฟักไข่เป็ดในย่านพ่อค้าคนจีน   2. การฟักแบบผู้ฟักไข่

แบ่งตามขนาดและประสิทธิภาพในการทำงาน ได้แก่



  2.1   ตู้ฟักไข่ไม่มีพัดลม เป็นตู้ฟักขนาดเล็กแบบใช้ไฟฟ้า ไม่มีพัดลมในการกระจายความร้อน อุณหภูมิภายในตู้จะไม่สม่ำเสมอ   ทำให้ประสิทธิภาพการฟักออกต่ำลง

  2.2   ตู้ฟักชนิดมีพัดลม แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ     - แบบฟักและเกิดในตู้เดียวกัน   เป็นตู้ฟักขนาดกลาง-ใหญ่ ผนังตู้เป็นฉนวนกันความร้อน มีพัดลมกระจาย อุณหภูมิสม่ำเสมอทั่วทั้งตู้  ปัจจุบันมีการทำงานที่เล็กลงเพื่อให้เหมาะกับ การใช้งานในปริมาณน้อย  เป็นตู้ที่ผู้เลี้ยงไก่ชนให้ความนิยม   - แบบฟักและเกิดแยกตู้ โดยปกติไก่จะฟักในตู้ฟักระยะเวลา  และย้ายเข้าตู้เกิดก่อนเวลาฟักออก ประมาณ 2-3 วัน จัดเป็นตู้ฟักที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด อัตราการฟักออก   สูงสุดนิยม ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการกำลังผลิตสูง   เครื่องฟักไข่

ปัจจัยสำคัญในการฟักไข่



  ปัจจัยสำคัญในการฟักไข่ ประกอบด้วย
  1. อุณหภูมิ อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญในการฟักไข่ อุณหภูมิฟักที่เหมาะสมที่จะมีความแตกต่างกันตาม ชนิดของสัตว์ อุณหภูมิของไข่แบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ระยะ 18 วันแรก ใช้อุณหภูมิ 99.5- 100 องศาฟาเรนไฮต์     และระยะ 3 วัน  หลังจะใช้อุณหภูมิที่ 99-99.5 องศาฟาเรนไฮต์ อุณหภูมิในฟองไข่ใหม่จะผันแปรตามอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม ในขณะที่ตัวอ่อนภายใน ไข่เริ่มมีการพัฒนาก็จะมีความร้อนเกิดขึ้นภายในฟองไข่ ดังนั้นจึงต้องควบคุมอุณหภูมิภาย ในตู้ไม่ให้สูงเกินไป และต้องรักษาอุณหภูมิภายในตู้ให้สม่ำเสมอทั่วถึงกันตลอด     2. ความชื้น ในระหว่างการเจริญของตัวอ่อน จำเป็นต้องได้รับความชื้นที่เหมาะสมเพื่อทำให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปตามปกติไข่ฟักจะสูญเสีย ความชื้นตลอดเวลาในระหว่างการฟักจะสูญเสียความชื้นประมาณ 11-13 เปอร์เซ็นต์  โดยทั่วไปในช่วงครึ่งแรกของการฟักไข่จะต้อง ได้รับความชื้นสัมพันธ์ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์  แต่ในช่วง 3 วันสุดท้ายจะต้องสูงถึง 70-75 เปอร์เซ็นต์    เพื่อให้ลูกไก่เข้าไปในช่อง อากาศ ได้สะดวก และช่วยให้ขนฟูหลังจากฟักออกแล้วในการวัดความชื้นสัมพันธ์มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ใช้ทั่วไปจะใช้วิธีเปรียบเทียบ อุณหภูมิจากปรอทตุ้มแห้ง ตุ้มเปียก   ในระหว่างการฟักจำเป็นต้องมีการควบคุมการระเหยของน้ำ โดยการปรับหรือเติมน้ำในถาด ในตู้ฟัก เพื่อควบคุมความชื้นให้เหมาะสม คุณภาพของเปลือกไข่ก็มีผลต่อการสูญเสียน้ำหนักฟองไข่ โดยไข่เปลือกบางไม่แข็งแรง   มีรูพรุนมากเกินไปจะสูญเสียน้ำหนักมาก กว่าไข่เปลืองหนา และกรณีความชื้นในตู้ฟักน้อยเกินไป จะทำให้สูญเสียน้ำหนักมากขึ้น     3. การถ่ายเทอากาศในตู้ฟัก การเจริญเติบโตของตัวอ่อนในระหว่างการฟักจะต้องใช้ออกซิเจน และขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาความต้องการออกซิเจนและ ขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการฟัก ดังนั้นในตู้ฟักไข่ควรจะมีระบบระบายอากาศที่ดีสามารถระบายอากาศ ให้เพียงพอต่อความต้องการของตัวอ่อนได้     4. การวางไข่ในตู้ฟัก โดยธรรมชาติการเจริญของไก่ในฟองไข่นั้นลูกไก่จะหันหัวขึ้นด้านบนเสมอ เมื่อไข่ฟักมี อายุมากขึ้นส่วนหัวและปากของลูกไก่จะอยู่ใกล้ขอบอากาศมากยิ่งขึ้น  จึงควรวางไม่ให้ เหมาะสมกับลักษณะทางธรรมชาติคือ   วางเอาด้านป้านขึ้นซึ่งจะให้ผลการฟักออกดีขึ้น ยกเว้นการวางไข่ในช่วงท้ายของการฟักควรวางไข่ในแนวนอน  เพื่อให้ลูกไก่ดันเปลือก ได้สะดวกขึ้น สำหรับตู้ฟักที่ไม่มีช่องวางไข่ฟักจะใช้วิธีการวางไข่แนวนอน   เหมือนการ ฟักไข่ตามธรรมชาติแต่ต้องหาวิธีกลับไข่ให้ทั่วถึงทุกฟอง ซึ่งไม่สะดวกหากเพาะใน

ปริมาณมากๆ



    5. การกลับไข่
เวลากลับไข่ ก็ดันกลับไปอีกข้างหนึ่ง 45 องศาแบบนี้ แม่ไก่ที่ฟักตามธรรมชาติจะกลับไข่ตลอดเวลา จุดประสงค์การกลับไข่เพื่อป้องกันจุดเจริญ เอียงไปชิดด้านใดด้านหนึ่งของเปลือกไข่ทำให้เชื้อตายได้  จากการรายงานพบว่าควรกลับ ไข่ 6-10 ครั้ง/วันจะทำให้การฟักออกดีขึ้น ทั้งนี้หลายที่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ตู้ฟักของ หลายท่านจึงมีอุปกรณ์กลับไข่อัตโนมัติซึ่งจะกลับไข่ทุกๆ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะกลับเฉพาะที่อยู่ ในตู้ฟัก มุมการกลับไข่เหมาะสมอยู่ที่ 45 องศาจากแนวดิ่งและกลับไปกลับมา (ศักดิ์สุวรรณ, 2551)


เอกสารอ้างอิง ::

Burrows, W.H., Quinn, J.P., 1937. The collection of spermatozoa from the domestic fowl and turkey. Poult. Sci. 26, 19-24.






Quinn, J.P., Burrows, W.H., 1936. Artificial insemination in fowls. J. Hered. 27, 31-37.






Sexton, T.J., 1986. Effect of dietary protein and season on fertility of turkey semen stored 18 hours at 5°C. Poult. Sci. 65,
    604-606.






Sexton, T.J., 1987. Effect of semen treatments and age of tom on fertility of unstores semen and semen held 18 hours. Poult.     Sci. 66, 1721-1726.




Ernst, R.A. et al. 2004. Egg Candling and breakout Analysis. Available from: [online]
    http://animalscience.ucdavis.edu/Avian/pfs32.htm 


โดย  กำนันบางไทร


Admin : admin admin   [แก้ไข]
8/10/2012 - 16:28

 

หน้า : 1
 
เพิ่มในหัวข้อ วิธีการผสมเทียม
ขัอความ
ชื่อ อีเมล์
กลุ่ม บทความ (เฉพาะสมาชิก)     ปักหมุดหัวข้อนี้
คณิตศาสตร์
= ทดสอบเลขคณิต หากคิดจะใช้งาน
* เป็นสมาชิก ระบบจะคิดอัตโนมัตื
  ทางเลือกเพิ่ม   
  ใช้งานรูปแบบทั่วไป
  รูปแบบไฟล์ภาพ และเสียง
  สร้างอัลบั้มรูปส่วนตัว
   
 ตั้งค่ากระทู้
  แจ้งทาง email เมื่อมีผู้ตอบ
  ผู้ดูแล ล็อกกระทู้นี้
  ผู้ดูแล แสดงโหวตหน้านี้
Icon Color
PHP infoBoard V.7 Plus     Cancel